2007/Jan/07

คุณจำความรักครั้งแรกของคุณได้ไม๊??? ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนั้นนะ มันสดใสซาบซ่า ยิ้มได้ตลอดเวลาที่คิดถึงมันขึ้นมา หรือว่า...มันเลวร้ายมากๆจนไม่อยากจะจำมันอีก รักแรกของคุณมันเป็นอย่างไหนล่ะ

คนทั่วๆไป เค้ามีรักแรกกันตั้งแต่ยังเอ๊าะๆ ประถม มัธยม หรือตั้งแต่อนุบาลก็มี แต่รักแรกของฉันค่อนข้างแปลก มันมาช้าเสียเหลือเกิน เรียกได้ว่าเพิ่งเริ่มจะรู้จักคำว่า รัก คนอื่นๆ เค้าก็ไปถึงขั้นไหนต่อไหนกันแล้ว แต่เอาเถอะ มีช้ายังดีกว่าไม่มีเน้อะ

ตอนนั้นเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เรียนปี 2 เพิ่งเริ่มมาอยู่หอสร้างใหม่แถวๆคณะ ผู้คนรึก็มีแต่คนไม่รู้จัก รู้จักก็แต่สหายในกลุ่มที่มีกันอยู่ 4 คน อาศัยอยู่ 2 ห้องในหอนี้เท่านั้นแหละ อาทิตย์แรกก็ไม่ได้สนใจใคร ไม่ได้สนใจอะไรเพราะเหนื่อยและวุ่นๆ กับการย้ายของเข้าหออยู่ อาทิตย์ที่ 2 ทุกอย่างเข้าที่แล้ว ไอ้หัวใจเจ้ากรรมมันก็เลยเริ่มออกมาเดินเล่น แล้วก็สะดุดตอเข้าดังโครมที่หอนั่นแหละ ไม่รู้จักเค้าสักกะหน่อย แต่ทำไมก็ไม่รู้ ทำไมรู้สึกชอบผู้ชายคนนี้จังนะ เจอกี่ครั้งกี่ครั้งก็รู้สึกช๊อบชอบเสียเหลือเกิน ลองแอบสืบซะหน่อย อยู่ห้องไหนน้า...อ้าวที่แท้ก็อยู่ชั้นเดียวกันเองเค้าอยู่ห้องริมสุดทางเดินเลย มิน่าถึงเจออยู่บ่อยๆ (ห้องเรามันอยู่ติดบันไดหรอก เค้าจะไปไหนก็ต้องผ่านห้องเราน่ะ) รู้เบอร์ห้องก็แล้ว ทำไงน่ะเหรอ ไม่มีอะไรมากหรอกก็ใจมันไม่กล้าพอนี่ ทุกครั้งที่กลับมาถึงหอก็ขอแค่ดูแผงมิเตอร์ไฟรวม ดูว่ามิเตอร์ไฟห้องเค้าวิ่งรึเปล่า เรียกว่าขอแค่ได้รู้ว่าเธออยู่ใต้หลังคาเดียวกัน ณ ตอนนี้ แค่นี้ก็มีความสุขสุดๆแล้ว ทำอย่างนี้อยู่นานเป็นเดือนไม่กล้าทำอะไรมากกว่านั้น ก็คนมันรักไม่เป็นนี่นา ทำไงได้ เพื่อนๆรู้สึกสงสารทนไม่ไหวเลยช่วยไปสืบให้ว่าเค้าเรียนคณะอะไร ภาคอะไร จนได้ความว่ามันจุดไต้ตำตอ เค้าเป็นรุ่นพี่ที่อยู่ภาคเดียวกับรูมเมทเราเอง แหมสวรรค์ช่างเป็นใจเสียจริงๆ

ต่อไปเพื่อนๆ ก็เริ่มวางแผน วางแผนที่จะทำความรู้จักพี่คนนั้น ทำยังไงน่ะเหรอ ก็ใช้การเรียนภาควิชาเดียวกันให้เป็นประโยชน์น่ะซิ แกล้งทำเป็นไปถามเรื่องเรียน ให้เค้าแนะนำเรื่องเรียนจนสนิทชิดเชื้อกันกับเพื่อนๆ ทั้งกลุ่ม แค่นี้ก็สำเร็จ ปฏิบัติการทำให้รู้จักใกล้ชิดเพื่อที่จะได้ข้อมูลแล้วก็รายละเอียดเกี่ยวกับตัวพี่เค้ามากขึ้น ช่างเป็นกลุ่มหญิงสาวที่น่ากลัวเสียนี่กระไร...

พอรู้จักกันสนิทสนมพอสมควร เค้าก็แวะมาคุยกับกลุ่มเราบ่อยๆ ด้วยความรักแบบแอบๆ เค้าชอบกิน Dunkin Donut กับ Cokeเราก็ผูกขาดเป็นขาประจำของ Dunkin Donut จนยอดขายพุ่งพรวด มีติดตู้เย็นปรนเปรอตลอดเวลา แต่ไม่ให้เพื่อนบอกเค้าหรอกนะว่าของใคร บอกว่าของกลุ่มเรา ไม่อยากให้เค้ารู้ว่าเราชอบ กลัวว่าเค้าจะตีตัวออกห่าง ขอมีความสุขอย่างนี้ก็พอใจแล้ว ขอแค่ไปเที่ยวด้วยกันบ้าง ไปดูหนังบ้าง แม้จะไปเป็นกลุ่มๆ ทั้งเพื่อนเราและเพื่อนเค้า ยัยแอบคนนี้ก็สุขใจแล้ว... น่าสมเพสมั้ยล่ะ

เวลาผ่านไปล่วงเลยมาเป็นปีก็ปล่อยมันไปอย่างนั้น รู้จักนิสัยเค้าเยอะขึ้น รู้ว่าเค้าเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองและอารมณ์ร้อนในบางที ก็ยังหน้ามืดตามัวชอบเค้าอยู่ไม่เปลี่ยน แบบว่าความรักมันทำให้คนตาบอดนั่นแหละใช่เลย

เพื่อนเราก็ชอบพี่เค้า แต่มันไม่ยอมบอกเราว่าชอบ กลัวเราจะเสียใจ ทั้งๆที่มันก็ไม่ผิดหรอก เพราะสนิทกับพี่เค้ามากกว่า คุยกับเค้ามากกว่าเราตั้งเยอะเพราะอยู่ภาคเดียวกันและเป็นคนเปิดทางให้เราเสมอๆ มันเข้าพล็อตที่ว่าแม่สื่อตายน้ำตื้นนั่นแหละ รู้สึกเฮิร์ทมากๆ ในตอนที่รู้ ไม่พูดกับเพื่อนอยู่หลายวัน คิดไปสารพัด ทำไมมันไม่บอกเราตรงๆว่ามันชอบเค้า แล้วพี่เค้าก็ดูมีแววชอบมันเหมือนกัน ตอนนั้นมันดูเหมือนเราเป็นคนบ้าที่ไม่รู้อะไรอยู่คนเดียว โง่จริงๆเลย โง่อยู่ 2-3 วันก็กลับมาฉลาดอีกครั้ง ทำไมเราต้องเป็นอย่างนี้เพราะผู้ชายคนเดียว เพื่อนที่คบกันมานานต่างหากที่สำคัญกว่า กว่าจะหาเพื่อนที่รู้ใจและเข้าใจกันในทุกๆเรื่องเนี่ย มันไม่ง่ายนะ ตาก็เลยเริ่มสว่างหลังจากที่มืดบอดมานาน เพื่อนนี่เป็นสิ่งสำคัญจริงๆ นะ เราขอโทษนะเพื่อน...

น่าแปลกเหมือนกันนะที่ทุกวันนี้ เรายังคงเป็นเพื่อนกับทุกๆคน ทั้งเพื่อนแม่สื่อ ทั้งพี่รักแรกคนนั้น รู้สึกขำปนสมเพสตัวเองทุกๆครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์นั้น คนอะไรจะเป็นได้ขนาดนั้นนะ บ้าจริงๆ

นี่แหละคือเรื่องราวรักแรก อันแสนสับสนอลหม่านและวุ่นวายสุดๆ ไม่เคยคิดเลยนะว่ามันจะเป็นอย่างนี้ ก็อย่างว่าแหละมันอยากมาช้ากว่าปกตินี่ เหตุการณ์มันก็เลยซับซ้อนซ่อนเงื่อนแบบนี้แหละ เฮ้อ

รักแรกของคุณล่ะเป็นยังไง สนุก สดชื่นสมหวัง หรือเศร้า จำได้หรือเปล่า???


edit @ 2007/01/07 21:39:19

2007/Jan/06

Better to

คนส่วนใหญ่น่าจะเคยได้ยินประโยคนี้กันมาบ้างไม่มากก็น้อย... แน่นอนว่าแต่ละคนก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ของตัวเอง หรือสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนรอบๆ ตัว ไม่มีคำตอบไหนที่ถูกหรือผิดอย่างแน่นอน

รักไม่เป็น ไม่ได้หมายความว่าไม่เคยรู้สึกมีความรักใครสักคน แต่มันหมายถึงความกลัว กลัวที่จะบอกความรู้สึกให้คนที่เรารักได้รับรู้ต่างหาก ความกลัวนั้นมีหลายสาเหตุ แต่สาเหตุส่วนมากน่าจะเป็น การกลัวว่าความสัมพันธ์อันดีที่มีจะถูกเปลี่ยนแปลงไป ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกันกับที่เรารู้สึก ถ้าเลวร้ายสุดๆ อาจจะกลายเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักเลยก็ได้ ขออยู่แบบแอบๆแบบนี้ รักเค้าข้างเดียวอย่างอย่างนี้แหละดีแล้ว แบบว่าขอแค่ได้เห็นเธอหรือได้อยู่ใกล้เธอชั้นก็มีความสุขแล้ว คิดแล้วคิดอีกว่าเค้าจะรู้สึกยังไง สุดท้ายก็พยายามจบด้วยความคิดของตัวเองที่ว่า อย่าคิดมาก เป็นแบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว... มันดีหรอกที่เราจบความคิดนั้นได้ แต่ปัญหาก็คือ เรื่องมันไม่จบตรงนี้ เรื่องเดิมๆ ก็วนกลับมาให้คิดอีกไม่รู้จักจบจักสิ้น มันก็เหมือนกับพายเรือในอ่าง ซึ่งสุดท้ายก็กลับมาที่เดิม เป็นวงเวียนที่ไม่รู้จักจบ ทั้งๆที่จริงๆแล้วถ้าเรามีความกล้า กล้าที่จะบอกให้อีกฝ่ายหนึ่งรับรู้ ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร เรื่องมันก็จะจบ ไม่ต้องกลับมาคิดซ้ำไปซ้ำมา เค้าอาจจะไม่รู้สึกกับเราอย่างนั้น แต่ความสัมพันธ์อันดีก็ยังคงอยู่ หรือทุกอย่างจะจบสิ้นทั้งหมด หรือ ถ้าโชคดี เค้าอาจจะรู้สึกแบบเดียวกับเราก็ได้ โอกาสที่จะเกิดมันเป็นไปได้ทุกอย่าง ถ้าเจ็บก็เจ็บครั้งเดียว เดี๋ยวมันก็หาย อกหักไม่ตายหรอก ใช่ไม๊???

เพื่อนในกลุ่มเคยพูดว่า การที่คนเรารักไม่เป็นนะ มันก็เหมือนกับการเรียนมหาวิทยาลัยไม่จบ ทั้งๆที่เรียนในห้องเรียนก็เข้าใจทุกอย่าง ติวให้เพื่อนๆด้วยซ้ำ แต่ตัวเองสอบไม่ผ่านสักที ไม่สบายในวันสอบจริงไปสอบไม่ได้ เพราะว่ากลัวการสอบ กลัวว่าจะทำข้อสอบได้ไม่ดีอย่างที่ตัวเองตั้งความหวังไว้ ซึ่งถ้าไม่กลัวนะก็เรียนจบไปตั้งนานแล้วแหละ

สำหรับฉันรู้จักแต่คำว่า รักไม่เป็น ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดมา มันรู้สึกเจ็บและรู้สึกค้างคาในใจจริงๆนะ ลองกลับมาคิดย้อนมองดูอดีตอีกที ถ้ายอมอกหักซะตั้งแต่แรกมันน่าจะคุ้มค่ากว่านี้ ไม่ต้องปล่อยให้ยืดเยื้อมาเป็นเวลานานจนเกือบจะหมดความสนุกของความรักในวัยกำไรของชีวิตซะแล้ว วันนี้เป็นวันที่ฉันจะทิ้งอดีตที่ผ่านมา เปลี่ยนความกลัวเคยมีมาเป็นความกล้าและซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง เริ่มเรียนรู้คำว่า รักเป็น และยอมรับถ้าจะ อกหัก

ขอบคุณ เธอที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทำให้ฉันกล้าที่จะ อกหัก และรู้จักคำว่า รักเป็น


edit @ 2007/01/07 21:52:31

2007/Jan/04

"ความรัก" เหมือนว่าจะเป็นคำที่ใครๆ ก็รู้จัก เหมือนว่าใครๆ ก็เข้าใจความหมายของมันดี

แต่ถ้าถามว่า ความรักคืออะไร? หลายคนกลับตอบลำบาก...

ทั้งๆ ที่คิดว่ารู้จักมันดี รู้สึกว่าเข้าใจความหมายของมันมาตลอดทั้งชีวิต

ฉันเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เป็นบทสัมภาษณ์เรื่องเกี่ยวกับความรัก

ผู้ถูกสัมภาษณ์เป็นเด็กหญิงอายุ 7 ขวบ... เธอชื่อ Karen (คาเรน)

ผู้สัมภาษณ์ถาม Karen ว่า "What is love?"

หลังจากคิดอยู่ 5 วินาที... Karen ตอบมาว่า

Love is... when you tell a guy, you like his shirt,
then he wears it everyday.

ว้าว... ใสกิ๊ก ความรักใสๆ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง...ซินะ

ถ้าทุกคนมองความรักเหมือน Karen รับรองว่าพวกกิ๊กเยอะๆ คงมีเสื้อล้นตู้ ^ ^

เสียดายที่ในบทสัมภาษณ์ไม่มีรูปของสาวน้อยคนนี้ให้ดู

จากความประทับใจในคำตอบของเธอ

ฉันอดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงหน้าตา+บุคลิกของสาวน้อย Karen

Karen จะเป็นอย่างไรหนอ?

Karen สาวน้อย... ออกแนวคลั่งๆ หน่อย

หรือ Karen สาวน้อยช่างฝัน...

Karen... กุ๊กกิ๊กวัยหวาน ซ้ำยังอาโนเนะ ?

หรือว่า Karen เด็กหญิงยอดกตัญญู... ช่วยพ่อแม่เก็บผักผลไม้ในไร่

By the way... ขอบคุณในคำตอบของ Karen นะจ๊ะ

ที่ทำให้ความขุ่นมัวในความรักของฉัน... จากไปชั่วขณะ...